ฆ่าตัวตาย…ดำดิ่ง.

ข่าวเด่น

จับตา “ภัยเงียบ” ผลพวงจากสภาพเศรษฐกิจ สุขภาพ กระทบถึงสังคม รอบนี้จะหนักหนากว่าทุกครั้งหรือไม่…

ดำดิ่งลงลึกสู่ความมืดมิด เหมือนชีวิตอยู่ในภวังค์ อ้างว้าง เปล่าเปลี่ยว เหลียวไปทางไหนก็ไร้ซึ่งแสงสว่าง หนทางสู่ความตายกลายเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ใครบางคนมักเลือกจบปัญหาในบาทวิถี “อัตวินิบาตกรรม” หรือ “ฆ่าตัวตาย”

ผลการสำรวจและจัดเก็บข้อมูลผู้เสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายจากฐานข้อมูลมรณบัตรพบว่า อัตราการฆ่าตัวตายของคนไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ

จากเดิมสถิติค่าเฉลี่ยปี 2560 อัตราการฆ่าตัวตายอยู่ที่ 6.03 ต่อแสนประชากร ปี 2561 อัตรา 6.32 ต่อแสนประชากร ปี 2562 อัตรา 6.64 ต่อแสนประชากร ปี 2563 อัตรา 7.37 ต่อแสนประชากร ก่อนจะขยับเพิ่มขึ้นอีกใน ปี 2564 ที่สัดส่วน 8.8 ต่อแสนประชากร

เพียงเท่านี้ก็พอมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแล้วว่า ตัวเลขค่าเฉลี่ยแต่ละปีเหล่านี้ คือคำตอบบ่งบอกถึงอัตราแนวโน้มที่ไต่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ว่ากันว่า สูงเทียบเท่าหรือมากตอนวิกฤติต้มยำกุ้งด้วยซ้ำ!!!

ทั้งนี้ ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้คนฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่มาจากปัญหาเศรษฐกิจ มาตรการโควิด ทำคนตกงาน ประกอบอาชีพตามปกติไม่ได้ บางกิจการต้องปิดตัวลง รายรับไม่มีแต่รายจ่ายคงเดิม ซ้ำเติมหนี้สินให้พอกพูนเพิ่มขึ้น อีกทั้งในภาวะวิกฤติเช่นนี้ผู้คนส่วนใหญ่กลับไม่สามารถเข้าถึงหรือพึ่งพาการช่วยเหลือเยียวยาสวัสดิการจากรัฐได้อย่างที่ควรจะเป็น…

เหตุผลเหล่านี้ค่อนข้างสอดคล้องกับผลการสำรวจและจัดเก็บข้อมูลโดย คณะทำงานศึกษาวิจัย เรื่องแนวทางแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตายจากปัญหาหนี้สิน ของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่พบว่าในห้วงเวลาเดียวกัน อัตราการฆ่าตัวตายจากปัญหาดังกล่าวมีแนวโน้มสูงขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

โดยพื้นที่ที่พบการฆ่าตัวตายจากปัญหาหนี้สินมากสุดคือภาคกลาง ร้อยละ 28 ตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 24 ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และ กทม. ร้อยละ 14 ภาคตะวันตก ร้อยละ 4 พื้นที่ฆ่าตัวตายน้อยสุดคือภาคใต้ ร้อยละ 2

ส่วนกลุ่มอาชีพที่มีอัตราฆ่าตัวตายจากปัญหาดังกล่าวมากสุดคือ กลุ่มที่ไม่มีรายได้ประจำ ได้แก่ ค้าขาย ร้อยละ 36, รับจ้าง ร้อยละ 18 ขณะที่กลุ่มที่มีรายได้ประจำ ได้แก่ พนักงานทั่วไป ร้อยละ 20 นอกจากนี้เป็นกลุ่มอื่น ๆ เช่น ธุรกิจส่วนตัวและอาชีพอิสระ ร้อยละ 8, รับราชการ ร้อยละ 6 ส่วนเกษตรกร พบเป็นกลุ่มอาชีพที่มีอัตราส่วนการเสียชีวิตน้อยสุด เพียงร้อยละ 4

นับรวมๆ 5 ปี 60 กว่าศพ เลือกจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายจากปัญหาหนี้สิน

อย่างไรก็ตาม การที่ตัวเลขค่าเฉลี่ยภาพรวมการฆ่าตัวตายของคนไทยยังคงเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี ก็พอจะสะท้อนให้เห็นอะไรได้หลายๆ อย่าง โดยเฉพาะศักยภาพการบริหารประเทศของรัฐบาล

ฉะนั้นการจะหวังพึ่งพารัฐบาลชุดนี้ภายใต้ผู้นำที่เชื่ออย่างหมดใจว่า มนุษย์เรานั้นมีเซลล์สมอง 84,000 เซลล์ ให้นำพาประเทศเจริญก้าวหน้า ผู้คนเป็นสุข สามารถรับมือกับปัญหาวิกฤติต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ ไม่ต้องทนทุกข์ตรอมใจฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหา ก็คงจะป่วยการ

เนื่องจากตัวท่านเองคงไม่ว่างพอที่จะมาสนใจปัญหาดังกล่าว เหตุเพราะกำลังง่วนอยู่กับการหาวิธีทำยังไงไม่ให้หนังสือสวดมนต์เปียกน้ำที่กำลังจะท่วมอยู่นั่นเอง…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *