ตะลึง 200 ชีวิตในค่ายเลิกยา ขี้เยี่ยวลงถังผิวหนังพุพอง “ปลา” ดีลลับช่วยพ้นขุมนรก (คลิป)

ข่าวเด่น

จากกรณีนายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความ และนายจีรพันธ์ แสงขาว หรือ หมอปลา จากเพจหมอปลาช่วยด้วย นำผู้เสียหายมายังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อร้องเรียนให้ตรวจสอบศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรีหลังพบว่าไม่เป็นไปตามกฎระเบียบของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

วันที่ 20 ก.ย. 64 เวลา 15.00 น. นายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความสำนักงานไพศาล เรืองฤทธิ์ และหมอปลา มือปราบ สัมภเวสี พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ด่านมะขามเตี้ย และเจ้าหน้าที่กระทรงยุติธรรมจังหวัด เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขจังหวัด และกรมการปกครอง ได้เดินทางลงพื้นที่ วัดท่าพุราษฎร์บำรุง จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นศูนย์บำบัดยาเสพติดที่มีผู้เสียหายได้ร้องเรียนให้เข้ามาตรวจสอบ

โดยทนายไพศาล ได้สอบถามข้อมูลจากพระชาญวิทย์ ธิสะมาโร เลขานุการศูนย์บำบัดฟื้นฟู และนายสมเกียรติ โอนอ่อน เจ้าหน้าที่กู้ภัย ทั้งคู่เปิดเผยว่า ศูนย์บำบัดแห่งนี้จดทะเบียนเมื่อปี 2550 และการปฏิบัติ แต่ละปีจะไม่เหมือนกัน ผู้ที่มาบำบัดจะต้องมีพ่อแม่ หรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจนำตัวส่ง และจะต้องมีการอ่านสัญญา เพื่อที่จะยินยอมว่า จะต้องเสียค่าแรกเข้าจำนวน 10,000 บาท และทุกเดือนจะต้องเสียเงินจำนวน 2,000 บาท เพื่อนำไปซื้อคูปอง ที่ใช้สำหรับซื้อของกิน

ทั้งนี้ ผู้บำบัดจะต้องเข้ามาอยู่ต้องอยู่ให้ครบ 1 ปี แต่ถ้าผู้ปกครองจะนำตัวลูกกลับก่อนกำหนดจะต้องเสียค่าใช่จ่ายเพิ่มอีก 10,000 บาท สาเหตุที่ทำแบบนี้เพื่อที่ผู้ปกครองจะได้รู้สึกเสียดาย และจะได้ไม่นำลูกออกไป ซึ่งทางวัดไม่ได้มีการตรวจสอบผู้ที่เข้ามาบำบัด โดยลักษณะที่อยู่อาศัยเป็นเรือนนอนทำจากปูน ขนาด 18×28 เมตร และภายในเรือนนอนดังกล่าวจะมีห้องน้ำจำนวน 2 ห้อง ส่วนห้องน้ำด้านนอกเรือนนอนมีประมาณ 30 ห้อง และผู้บำบัดสามารถใช้ได้

นอกจากนี้ ผู้บำบัดได้นำจานอาหารมาให้ทีมข่าวดู พบว่าในจานมีเพียงข้าวเปล่ากับเศษผัก จำนวนคนที่อยู่ด้านในมีถึง 216 คน แต่ต้องแออัดอยู่ภายในห้องเล็ก ๆ

จากนั้น หมอปลา ได้ติดต่อนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อขอให้รับรถมารับผู้บำบัดออกไปไว้ที่อื่น เพราะถ้าปล่อยไว้ผู้บำบัดจะต้องถูกผู้ดูแลทำร้ายร่างกายหลังจากที่ทีมข่าวกลับไปแน่นอน ต่อมาเมื่อผู้บำบัดที่บวชเป็นพระสงฆ์ ทราบเรื่องว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะเข้ามาช่วยได้ทำท่าจะเดินออกมาขอความช่วยเหลือจากหมอปลา แต่ถูกพระที่ดูแลสั่งให้กลับเข้าไปในกุฏิ

ผู้บำบัดที่บวชเป็นพระ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ตัดสินใจมาบวชเป็นพระ เพราะทนอยู่ในเรือนนอนที่แออัดไม่ไหว และถ้าอยู่ข้างในเรือนนอน จะมีการทำโทษถ้ามีใครในเรือนนอนทำผิด เมื่อวัดมีการเปิดให้คนไปบวชตนจึงลงชื่อ และเสียเงินไปจำนวน 20,000 บาท ซึ่งเป็นค่าอุปชา 10,000 บาท และค่าประกันตัวถ้าหลบหนี 10,000 บาท ทั้งนี้ ตนอยากจะออกจากที่นี่ และกลับไปอยู่กับครอบครัว

จากนั้น เวลาประมาณ 17.00 น. นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีเดินทางมาลงพื้นที่ และได้เข้ามาพูดคุยกับผู้ที่ดูแลวัด รวมถึงหมอปลา และทนายไพศาล เมื่อผู้ว่าราชการได้เห็นคลิปภายในเรือนนอน พบว่าสุขลักษณะนั้นไม่เหมาะสม แออัดเกินไป โดยมีผู้บำบัด 200 กว่าคน ทั้งที่ตอนแรกแจ้งว่ามีผู้บำบัดเพียง 50 คน

เวลาประมาณ 21.20 น. หลังจากเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้บำบัดที่อยู่ในเรือนนอนขึ้นรถออกไป สภาพเรือนนอนหลังจากที่ไม่มีใครอยู่ในนี้ มีเสื้อผ้า และเศษขยะกองอยู่กระจัดกระจาย พร้อมกับพาผู้บำบัดที่บวชเป็นพระขึ้นรถอีกจำนวนมากกว่า 50 คน

นอกจากนี้ ช่วงบ่ายที่ผ่านมา ก่อนที่ทีมข่าวและหน่วยงานจะเข้ามาช่วยเหลือผู้บำบัดยาเสพติด ทางเจ้าอาวาสของวัดท่าพุราษฎร์บำรุงมรณภาพ โดยบรรดาลูกศิษย์ให้ข้อมูลว่าด้วยโรคประจำตัว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *